ประวัติชมรมอาสาพัฒนาฯ ช่างกลปทุมวัน

goldgear54@patumwan.org


       ชมรมอาสาพัฒนาฯ วิทยาชัยช่างกลปทุมวัน ได้ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปีการศึกษา 2516 โดยมีนักศึกษาช่างยนต์ชั้นปีที่ 2 กลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบด้วยห้อง 1, 2, 3 รอบเช้า และห้อง 13, 14 รอบบ่าย รวมประมาณ 20-30 คน ได้อาสาออกไปช่วยครูซ่อมแซมบ้านในระหว่างปิดภาคเรียนเทอมกลาง ทำงานอยู่ประมาณ 4-5 วัน โดยมีหัวหน้ากลุ่มนักศึกษาอยู่หลายคน เช่น นายชัยพร พรพนมเวศน์, นายสุรชัย เลี้ยงหทัยธรรม, นายชำนิ อู่ข้าวอู่น้ำ, นายสมบูรณ์ แซ่โค้ว, นายณรงค์ ศรีมาลา, นายพิชัย แซ่ตั้ง, นายประวิช อัชฌาสุทธิคุณ เป็นต้น
       ซึ่งหัวหน้ากลุ่มเหล่านี้ได้นัดแนะกับเพื่อน ๆ ที่มีใจอาสาสมัคร ทำงานพัฒนาชิ้นแรก คือหมู่บ้านอาคารสงเคราะห์ทหารเรือ วัดครุฑ ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบ้านช่างหล่อ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ อาจารย์สนาน ศุขวัฒนะกุล อยู่ โดยได้ช่วยกันปรับพื้นถนนเก่าให้เป็นพื้นแผ่นคอนกรีต ขนาด 24"x24"x2 ?" ปูเป็นแผ่นคู่ยาวประมาณ 350 เมตร พร้อมทั้งขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำงานกันแม้ฝนจะตกแดดจะออก จนได้รับคำชมเชยจากบรรดานายทหารเรือเจ้าของอาคารเหล่านั้น ทำให้นายทหารผู้หนึ่งได้กล่าวว่า
"ถ้านักเรียนส่วนใหญ่ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้ บ้านเมืองก็จะเจริญไปนานแล้ว เพราะเด็กในวัยนี้กำลังอยากจะสร้างสรรและอยากเด่นถ้าแนะนำได้ถูกทาง"
      
จากคำพูดประโยคนี้ ทำให้อาจารย์สนาน ศุขวัฒนะกุล และนักศึกษามีความรู้สึกและปรารถนาที่จะเห็นวิทยาลัยของเรามีชมรมอาสาพัฒนาขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มใจ จากนักศึกษาชุดนั้น
       ดังนั้น อาจารย์สนาน ศุขวัฒนะกุล จึงได้นำเรื่องการขอจัดตั้งชมรมอาสาพัฒนา เข้าไปเสนออาจารย์อรรณพ ประชันรณรงค์ ผู้อำนวยการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและยินดีที่จะช่วยหาเงินเป็นทุนสำหรับชมรม และแล้วชมรมอาสาพัฒนาวิทยาลัยช่างกลปทุมวันก็ได้กำเนิดขึ้นและเริ่มเปิดรับสมาชิกเฉพาะชั้นปีที่ 2 และ 3 ทุกแผนกช่าง พร้อมกับได้ฟอร์มงานเลือกคณะกรรมการบริหารชมรม โดยมีนายชัยพร พรพนมเวศน์ เป็นประธานชมรม
       จนกระทั่งเปิดภาคเรียนการศึกษาใหม่ ปี 2517 พี่ชายของอาจารย์สนาน ศุขวัฒนะกุล ได้จดหมายบอกมาว่าขอให้ไปช่วยกันพัฒนาที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อกรรมการชมรมได้ไปทำการสำรวจและลงมติเห็นควรที่จะไปทำการพัฒนาโรงเรียนบ้านโสตลับ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เมื่อติดต่อประสานงานกับทางจังหวัดชัยภูมิแล้ว ท่านผู้อำนวยการได้แต่งตั้งอาจารย์สนาน ศุขวัฒนะกุล และอาจารย์กวี รัตนานุภาพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรม
       หลังจากงานค่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2517 ด้วยเงินทุกโครงการประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันบาท งานค่ายของชมรมอาสาพัฒนา วิทยาลัยช่างกลปทุมวันก็ได้กระทำอย่างต่อเนื่องมาทุกปี
จนกระทั่งในปีการศึกษา 2523 ชมรมอาสาพัฒนาวิทยาลัยช่างกลปทุมวัน โดยมีอาจารย์อาทร จันทวิมล เป็นผู้อำนวยการ ได้ทำโครงการค่ายอาสาพัฒนาร่วมกับทางกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน และได้รับพระราชทานนามชื่อโรงเรียนที่สร้างจากองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีว่า "โรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์" เป็นต้นมา โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดนได้ให้ความสนับสนุนในเรื่องรถยนต์ที่ใช้ติดต่อประสานงานและการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานค่าย
       จวบจนถึงปัจจุบันปี พ.ศ. 2529 งานค่ายอาสาพัฒนาของวิทยาลัยช่างกลปทุมวันได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้นมา เงินทุนที่ใช้ในโครงการต่าง ๆ ประมาณสองแสนหกหมื่นบาท แต่งานค่านอาสาพัฒนาในปัจจุบันยังคงยึดแนวทางอุดมการณ์ของนักอาสาพัฒนารุ่นพี่ ๆ ไว้อย่างแนบแน่นในอันที่จะช่วยเหลือพัฒนาการศึกษาของเยาวชน และสังคมไทยในถิ่นทุรกันดารให้มีความเจริญสืบต่อไป

.......ปัจจุบันทางชมรมอาสาฯช่างกลปทุมวันได้เปลี่ยนโครงสร้างอาคารเรียนเป็นโครงเหล็ก เพื่ออนุรักษ์ป่าไม้เอาไว้ เมื่อปีที่ผ่านมาชาวอาสาฯได้ไปสร้างที่โรงเรียนบ้านหนองตาเมือง(ช่างกลปทุมวันอนุสรน์ ๒๑) ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ........ และในปี พศ.๒๕๔๔ นี้ สมาชิกชมรมอาสาฯช่างกลปทุมวันจะเดินทางไปสร้างโรงเรียนที่ภาคอีสาน ณ.โรงเรียนบ้านน้ำขุ่นคำนกเปล้า ต.นาห่อม อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี ครับ

. . . . .

เราเริ่มตีผัง ปรับพื้นที่ สำหรับการสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ให้เด็กๆ ............................ ขุดหลุมลึกประมาณ 2 เมตรเพื่อผังตอหม้อ ( มือแตกกันทั่วหน้าครับ เพราะข้างล่างเป็นแผ่นศิลา)

. . . . .

ผ่านไป 5 วันเราก็เทคานล่างได้ โชคดีที่ฝนไม่ตกตอนเทปูน เทวดาคงช่วยลูกๆ ............... หลังจากขึ้นเสาเอก ก็ขึ้นเส อกไก่ งานนี้ได้กล้ามเป็นมัดๆครับ เสาเอกทุกต้นใช้ไม้หลุมพอ เป็นไม้ที่แข็งมาก

. . . . . """""""".

ฝนยังตกอยู่วันเว้นวัน แต่เราก็ไม่ย่อท้อ ยังสู้ธรรมชาติได้สบาย บางวันก็ทำงานกันกลางสายฝน ............. หน้าโม่ของ ช่างกลปทุมวัน หุ่นล่ำบึกจริงๆ เราโม่กันจนเครื่องฟังไปเลยครับท่าน

. . . . . .

ได้เวลาทำโอทีตอนกลางคืนแล้ว ทำจนถึงตีหนึ่งตีสองครับ ......................................... ภาพบรรยากาศโครงสร้างอาคารเรียนตอนกลางคืน สวยจริงๆ เรายังจำภาพนี้ได้ทุกครั้งที่หลับตา

. . . . . .............

เข้าสู่วันที่ 20 กว่า เราก็ขึ้นหลังคา ใส่วงกบ ตีฝา ฉาบปูนด้านล่าง ................................................... เอ้า..ช่วยกันยกเสาธงเฟืองทองหน่อย เสาธงสูงเป็นสง่าเห็นแต่ไกล พอๆกับตึกใบหยก

......... . . .

ถ่ายรูปหมู่กับท่าน ผอ.จรูญ ชูลาภ ที่กรุณามาเยี่ยมชาวอาสาฯช่างกลปทุมวัน .............................. นี่ไงแดนเนรมิตของเด็กๆ ออกแบบโดยชาวอาสาฯ ไม่เสียค่าผ่านประตูครับ

..

..............................................................................................................................ใครเป็นใคร ก็เดากันเอาเองน่ะครับท่าน ในชาวค่ายอาสาฯช่างกลปทุมวัน ค่ายบ้านควนกาหลง จ. สตูล ...... .......................................................................................................................................ปัจจุบันก็ทำงานมีครอบครัวกันแล้ว ถ่ายเมื่อ ตุลาคม พศ.๒๕๒๙

รูปโรงเรียน ตชด.ช่างกลปทุมวันอนุสรน์ ๗ .....อ.ควนกาหลง ...จ.สตูล




จดหมายจากชาวบ้านวังผา กลุ่ม 5 กลุ่ม 11 และ จ.ส.ต. พร ธรรมพันธ
  
      
จากวันนั้น ถึงวันนี้ คณะนิสิต ช่างกลปทุมวัน หอบเอาสังขารอันบอบบาง ทั้งชายและหญิงไปทุ่มเทให้พวกเรา อย่างเอาจริงเอาจังทั้งกลางวันและกลางคืน พูดให้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนเศษที่ผ่านมา ถ้าจะนับไปอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า พวกเราชาวบ้านวังผาและชาวบ้านกลุ่ม 5 ทุกคน ยังจำวันนั้นได้ดีคืนวันที่นิสิต ช่างกลปทุมวันได้จากพวกไป และวันนั้นมืดฟ้ามัวฝน แต่ฝนไม่ได้ตกลงมาแม้แต่นิดเดียว แต่ใบหน้าของคนทุกคนทั้งชายและหญิงที่อยู่หน้าอาคารเรียน หลังใหม่ ทุกคนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำที่ไหลออกจากเบ้าตาทุกคู่ เป็นเพราะช่างกลปทุมวัน มีน้ำใจแผ่เมตตา และมีสายตามองเห็นไกลสุด ถึงพวกเราชาวไทยที่อยู่ทางไกลความเจริญใกล้กับเขตแดนมาเลเซียได้อย่างชัดเจนว่า พวกเรากำลังรอคอยอะไรอยู่ ช่างกลปทุมวันในขณะนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมรับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง แต่ก็ยังมีส่วนทำให้ ช่างกลปทุมวันเกี่ยวข้องในการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดีเยี่ยม เมื่อช่างกลบปทุมวันได้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาเพื่อพิจารณาแล้วว่าหากคนไทยไม่ช่วยคนไทยแล้วใครจะมาช่วยเรา เมื่อเป็นเช่นนี้ ช่างกลปทุมวัน จึงช่วยกันพัฒนาชนบทไม่เช่นนั้นแล้ว พวกเราชาวชนบท ยังอีกนานที่ความเจริญจะแผ่กระจายไปทั่วชนบทที่ห่างไกล แต่ช่างกลปทุมวันไม่ยอมรับอะไรจากใคร ๆ เป็นของตอบแทนแม้แต่น้อย เพียงแต่ได้รับน้ำใจจากพวกเราเล็ก ๆ น้อยเท่านั้น พวกเราที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นเป็นลูกหลานของกรมประชาสงเคราะห์ มีที่ทำกินคนละเล็กละน้อยจัดได้ว่าฐานะยากจนไม่สามารถกระทำการใด ๆ ได้โดยส่วนร่วม และสิ่งที่ข่างกลปทุมวันได้รับ อย่างภาคภูมิใจคืออาคารเรียนหลังใหม่ที่ยืนเด่นสง่าอยู่ริมถนนลูกรังระหว่างซอย 10 บ้านเขาไคร ท้าท้ายความจริงและจริงจัง เป็นที่ยอมรับแล้วว่าฝีมือของนิสิตช่างกลปทุมวันทุกคน ช่างกลปทุมวัน ไม่ใช่มีฝีมือช่างกลแต่อย่างเดียว ยังมีฝีมือช่างก่อสร้างผสมอยู่ด้วย จัดได้ว่าเป็นเลิศของ เยาวชนไทย ก่อนเวลาที่เราจากกันวันนั้น พวกเรายังจำคำสั่งของนิสิตทุกคนว่า ลุง ผมขอฝากอาคารเรียนผมด้วย ป้า ผมขอฝากอาคารเรียนผมด้วย คำสั่งวันนี้แหละที่พวกเราลืมช่างกลปทุมวันไม่ลงชั่วลูกหลาน
       
ขอให้นิสิตช่างกลปทุมวัน จงประสบแต่ความสุขความเจริญ สมดั่งความปรารถนาที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปทั่วถึงกันทุกคน พร้อมกันนี้ สวัสดี ปีใหม่ด้วย
ขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณมายังอาจารย์ช่างกลปทุมวันทุกท่าน


จากชาวบ้านวังผา กลุ่ม 5 กลุ่ม 11
  
     
อันชีวิตของคนทั้งหลายนั้นมีความคิดที่แตกต่างกันไป เพราะคนเราเกิดจากหลายพ่อหลายแม่ ถึงจะเกิดจากแม่เดียวกันก็ยังมีความคิดไม่เหมือนกัน แต่ที่เหมือนกัน ก็คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่บางคนก็ยังไม่ทันแก่ก็ตายเสียก่อน สิ่งที่เหลือไว้ คือ ความดี ความชั่ว ที่ให้ชนรุ่นหลังเอาไว้เป็น ตัวอย่างดีที่ และไม่ดี
       ในชีวิตของกระผมได้พบสิ่งต่าง ๆ มากมาย มีทั้งดีและชั่ว และได้นำเอาตัวอย่างเหล่านั้นมาประกอบกรรมในชีวิตประจำวันหรืองานในหน้าที่ของเรา...กระผมเคยไปอยู่ในภาคต่าง ๆ ของประเทศไทยเกือบทุกจังหวัด ผ่านประสบการณ์มามากต่อมาก บางครั้งก็ชื่นชมกับสิ่งที่ได้พบเห็น ทั้งได้พบผู้คนหลายระดับในสังคมเคยชมชอบต่อบุคคลเหล่านั้นในทางยศศักดิ์ แต่กระผมรู้สึกเฉย แต่บางครั้งกระผมรู้สึกเบื่อหน่ายต่อบุคคลจำพวกนั้น ที่หาผลประโยชน์จากสังคม กระผมจะมองอะไรก็แล้วแต่ต้องมองหน้ามองหลังให้รอบครอบเสียก่อน เพราะกระผมเห็นเพียงแต่หน้าตาเขาเท่านั้น เมื่อเราได้รู้จักใกล้ชิดกันเป็นเวลาหลายวัน ก็มีอะไรต่อมิอะไรที่เข้าใจกัน
พอสิ้นเดือนตุลาคมในปีเดียวกันกระผมเกิดมีความรักกับคน ๆ นั้นอย่างฝังใจขึ้นมาทันทีคนที่ผมรักนั้น เขาไม่ได้สวยหรือร่ำรวยอะไร เขายังด้อยกว่าผมมากนัก แต่ผมรักและศรัทธาในอุดมการณ์ของเขา เขาคนนั้นคือ ชมรมอาสาพัฒนาฯ วิทยาลัยช่างกลปทุมวันที่ออกค่าย โรงเรียน ตชด. กลุ่ม 5 ประชารัฐ หมู่ 2 ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล ในขณะนี้เขาได้จากผมและโรงเรียน ตชด. กลุ่ม 5 ประชารัฐ ไปตั้งนานแต่ความรักที่ผมมีต่อเขา ไม่อาจจะลืมได้ ผมคิดว่าการที่ผมไปหลงรัก ชมรมอาสาพัฒนาฯ ช่างกลปทุมวัน คงเป็นความรักที่บริสุทธิ์ และรักจากหัวใจจริง ๆ คิดว่าชาตินี้ผมไม่สามารถจะลืมเขาได้ จนชั่วชีวิต
     
รักและศรัทธาในอุดมการณ์ของเธอ ชมรมอาสาพัฒนาฯ วิทยาชัยช่างกลปทุมวัน

(จ.ส.ต. พร ธรรมพันธ์)
ครูโรงเรียน ตชด. ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 7

นสพ.ไทยรัฐ ช่วยลงจดหมายที่ ครู ตชด. จ.ส.ต. พร เขียนถึง

แด่เธอผู้จากไป........ สุฤชา โพธิเพ็ชร ( คนที่สองจากซ้าย ) เขาจากไปด้วยน้ำมือของสัตว์สังคมในคราบ นศ.ก่อสร้าง ย่านห้างมาบุญครอง ที่รุมทำร้ายแบบหมาหมู่ด้วยมีดจนเสียชีวิตบนรถเมล์สาย 48 หน้าสยามสแคว์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2531

พวกเราไม่เคยลืมเขา แม้จะผ่านมาหลายสิบปี

" จงหลับให้สบายเถิดเพื่อนชาวอาสาฯ ผลบุญที่ท่านได้ทำไว้จะตอบสนองต่อ ครอบครัว คุณพ่อ-แม่ พี่น้องของท่าน "

 

ผลงานการสร้างโรงเรียนตามชนบทห่างไกลในช่วง ๒๗ ปีที่ผ่านมาของอาสาฯช่างกลปทุมวัน