แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - เสือ ชก.54

หน้า: [1] 2 3 ... 18
1
 ตอนนี้ พวกฟายแดง ขึ้นมาเป็นใหญ่แล้ว  มันแจกเงิน แจกของ ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปมหาศาล  เวรกรรม ๆ ๆ

2
อ่านดูน่ะครับพี่น้อง ว่าเราจะประสบชะตากรรมแบบ กรีซ ไหม

เมื่อเร็วๆ นี้...มีข่าวว่า คณะกรรมการกลุ่มประเทศยูโร ได้ตัดสินใจอนุมัติวงเงินช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศกรีซงวดใหม่ เพิ่มขึ้นไปอีก 12,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 520,000 ล้านบาท แต่เงินช่วยเหลือก้อนนี้ รวมทั้งก้อนที่ผ่านๆ มานั้น ใช่ว่าจะได้มาแบบง่ายๆ เพราะถึงกับต้องนำเอา อธิปไตยทางเศรษฐกิจ ของกรีซไปแลกมากันเลยทีเดียว...
                        ------------------------------------------------
 ดังคำให้สัมภาษณ์ของนาย ฌอง คล็อด ยุงเคอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป ที่ได้กล่าวกับนิตยสารโฟกัสของเยอรมนี หลังจากมีการอนุมัติวงเงินงวดใหม่ให้กับกรีซเรียบร้อยแล้ว โดยเน้นย้ำเอาไว้ว่า อำนาจอธิปไตยของกรีซจะต้องถูกจำกัดลงอย่างมาก คือ นอกจากจะต้องทำอะไรต่อมิอะไรตามคำสั่ง ตามการควบคุม บังคับ ของเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มข้น ห้ามไม่ให้ขึ้นเงินเดือนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน งดจ่ายโบนัสเป็นเวลา 3 ปี เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 21 เปอร์เซ็นต์ เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ แล้ว ยังต้องนำเอาทรัพย์สินของรัฐ หรืออันที่จริงก็ของประชาชนนั่นแหละ อันได้แก่ รัฐวิสาหกิจต่างๆ ไปเร่ขาย หรือไปแปรรูปให้เป็นของเอกชนกันเป็นแถบๆ...
                        ----------------------------------------------
 และการเร่ขายรัฐวิสาหกิจของกรีซคราวนี้ รัฐบาลและประชาชนชาวกรีซ คงแทบไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ เลย เนื่องจากเจ้าหนี้กลุ่มยูโรกรุ๊ป จะใช้วิธีจัดตั้งบริษัทขึ้นมาทำหน้าที่เลหลังกันเป็นการเฉพาะ แบบเดียวกับการขายรัฐวิสาหกิจในเยอรมนีตะวันออก ช่วงที่ถูกเยอรมนีตะวันตกเทก โอเวอร์ หรือแบบการขายสินทรัพย์ ปรส.ในบ้านเรา อะไรประมาณนั้น โดยคาดว่าจะสามารถระดมเงินจากการขายรัฐวิสาหกิจต่างๆ ของกรีซ ได้ซักประมาณ 50,000 ล้านยูโร พอทำให้บรรดาเจ้าหนี้อุ่นใจได้ว่า จำนวนเงินที่ทุ่มเทลงไป เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา เศรษฐกิจของกรีซนั้น จะไม่สูญเปล่าไปแน่ๆ ส่วนจะก่อให้เกิดเม็ดเงินกำไรกับบริษัทเอกชนรายใด สถาบันการเงินรายใด ชาติใด บรรดาชาวกรีซคงไม่มีสิทธิ์รู้ เพราะไม่เหลืออำนาจอธิปไตยพอ ที่จะปกป้องทรัพย์สินของชาติได้อีกต่อไปแล้ว
                         ---------------------------------------------------
 อะไรที่ทำให้รัฐบาล และประชาชนชาวกรีซ ต้องอับจนไปได้ถึงขั้นนี้...ถ้าใครต้องการรู้รายละเอียดลึกๆ ควรไปหาบทความชิ้นหนึ่ง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันวานที่ผ่านมา มาอ่านเพื่อประดับความรู้ หรืออ่านเพื่อใช้เป็น บทเรียน สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยามของเรา ก็ย่อมได้ บทความชิ้นนี้เขียนโดยอาจารย์ วีระพงษ์ ชุติภัทร์ แห่งศูนย์บริการวิชาการธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ใช้ชื่อว่า กรีซ...ประเทศฉิบหายช่างมัน ขอให้ข้าชนะก่อน โดยสรุปคร่าวๆ อาจต้องใช้คำว่า ทั้ง รัฐบาล และ ประชาชนชาวกรีซนั่นแหละ ที่ต่างก็มีส่วนร่วมในการสร้างความอับจน หรือร่วมกันทำลายอำนาจอธิปไตยในมือตัวเอง จนแทบไม่เหลือติดประเทศไปแล้วในขณะนี้...
                         -------------------------------------------------------
 พูดง่ายๆ ว่า...ภายใต้การแข่งขันเอาแพ้-เอาชนะ ของพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในประเทศกรีซ คือ พรรคที่มีแนวออกไปทางสังคมนิยมที่เรียกว่า PASOK กับพรรคประชาธิปไตยใหม่ ND ต่อเนื่อง ยาวนาน เป็นทศวรรษๆ
ทั้งสองฝ่ายต่างหันมางัดเอา นโยบายประชานิยม ออกมาเร่ขายต่อประชาชนชาวกรีซมาโดยตลอด ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะมาจากการให้สัญญาว่า จะเพิ่มอัตราค่าจ้างแรงงานขึ้นปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ ลดภาษีและยกเว้นภาษีสำหรับใครก็ตามที่คิดจะซื้อรถยนต์คันใหม่ แบบ พรรคกุญแจ 2 ดอก ในบ้านเราประมาณนั้น สัญญาที่จะให้เงินก้อนโตแก่ผู้เกษียณก่อนวัย และเพิ่มค่าจ้างขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่ประเทศกำลังขาดดุลงบประมาณมหาศาล ฯลฯ อีกพรรคหนึ่งก็จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้สัญญาว่า จะเพิ่มค่าจ้าง ค่าแรง ตามแบบฉบับของตัวเองเช่นกัน แถมยังจะให้ชาวกรีซได้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ดีที่สุดในยุโรป ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงเป็นสองเท่าของงบประมาณที่เคยตั้งเอาไว้...ฯลฯ
                          -----------------------------------------------------
 ภายใต้การแข่งขันเอาแพ้-เอาชนะในลักษณะเช่นนี้ อาจารย์ วีระพงษ์ สรุปไว้ว่า ส่งผลให้ ประชาชนชาวกรีซ...เสพติดกับการได้ค่าจ้างงานสูงกว่าความเป็นจริง...เสพติดกับการได้สวัสดิการที่ดีๆ จากรัฐ...เสพติดกับการกู้ยืมเงินอย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่มีปัญญาใช้คืน...และเสพติดกับความมักง่ายที่เกิดจากนโยบายประชานิยม ซึ่งแต่ละพรรคแข่งกันหยิบยื่นให้มากว่า 30 ปี เรียกว่า...ถ้าหากพรรคไหนไม่งัดนโยบายประชานิยม ลด-แลก-แจก-แถม ออกมาโฆษณาให้หนักๆ เข้าไว้ มักจะต้องแพ้เลือกตั้งไปซะทุกที ส่วนประเภทที่พร้อมจะ เกทับ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทโดยทันที ใครจบปริญญาตรีรับไปเลย 15,000 ใครมีข้าวเปลือกเอามาจำนำเกวียนละ 15,000 แถมมีบัตรเครดิตเอาไว้ให้รูดปรื๊ดๆ ได้อีกด้วย ครัวเรือนไหนที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาทไม่ต้องใช้หนี้ไปอีก 3 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะฟรี แถมแจกคอมพิวเตอร์ให้เด็กชั้นประถมทุกคนทั่วประเทศอีกต่างหาก ฯลฯ อันนี้...รับรองว่าแลนด์สไลด์ไปทุกๆแลนด์สเคปได้ไม่ยาก...
                         --------------------------------------------------------
 ด้วยเหตุที่ประชาชนเป็นเช่นนี้...รัฐบาลจึงเป็นเช่นนั้น!!! ความโลภ ความอยากได้ ความกระหายวัตถุ ที่ทั้งรัฐบาลและประชาชน ได้ร่วมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันในลักษณะเช่นนี้นี่เอง สุดท้าย อำนาจอธิปไตย ของปวงชนชาวกรีซ ก็จึงถูกเปลี่ยนมือไปสู่เจ้าหนี้เงินกู้ทั้งหลาย ที่หันมาลงแส้เฆี่ยนหลังรัฐบาลและประชาชน อย่างอำมหิต โหดร้าย ชนิดน้ำตาตก เลือดตกยางออก ไปทั่วทั้งแผ่นดิน ด้วยมาตรการภาษี มาตรการรัดเข็มขัด รวมทั้งการนำเอาทรัพย์สินของรัฐ ของประชาชน ออกไปเปิดหลังรถกระบะเร่ขาย ฯลฯ ส่งผลให้ประชาชนชาวกรีซนับหมื่นนับแสน ต้องออกมาก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง หรือเผาประเทศตัวเอง จนเมืองใหญ่ๆ หลายต่อหลายเมืองเป็นอัมพาตไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง...
                          ----------------------------------------------------
 แต่อย่างว่านั่นแหละ...ทุกสิ่งทุกอย่างมันสายไปซะแล้ว!!! น่าเสียดายที่ไม่มีพรรคการเมืองพรรคใด หรือชาวกรีซรายใด เคยคิดจะพยายามทำความรู้จักกับแนวคิดประเภทที่เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียง กันมาก่อน ไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครแพ้-ใครชนะ พรรคไหนจะนอนมา พรรคไหนมีพระเดินสวดนำหน้า อย่างน้อยเครือข่ายป้องกันทางสังคม ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาจาก ภูมิปัญญาดั้งเดิมของสังคม และถูกนำไปแพร่กระจายออกสู่ชุมชนต่างๆ ในชนบท หรือในตัวตนของแต่ละปัจเจกบุคคล อาจพอช่วยรองรับความเจ็บปวดรวดร้าวของชาวกรีซ อย่างเช่นที่กำลังปรากฏอยู่ในสังคมไทยได้บ้าง ส่วนพรรคการเมือง หรือนักการเมืองนั้น...อย่าไปถือสาหาความอะไรให้เสียเวลา ส่วนใหญ่เมื่อมา...แล้วก็ไป ตามเวร ตามกรรม ที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้
                        ------------------------------------------------
 ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก ซัมเมอร์เซ็ท มอห์ม...ชาติใดให้ความสำคัญแก่สิ่งอื่นมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นจะสูญเสียอิสรภาพ และที่น่าหัวเราะก็คือ หากชาตินั้นให้ความสำคัญกับความสุขสบาย และเงิน มากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นก็จะสูญเสียทั้งความสุขสบาย เงิน และสูญเสียอิสรภาพตามไปด้วย...
 
http://www.thaipost.net/news/080711/41398

3
 น้องหนุ่ย ชก. 65  แวะมาเยี่ยม  พร้อมทั้งหิ้ว ข้าวหลามหนองมนต์ เนื้อเค็ม หมูหวาน มาฝากด้วย   แทงกิ้วไอ้น้อง...   8)

 

4
เพื่อนสิว ชก. 54  มาเยือนที่บ้าน  วันที่ 4  กค. 2554   (มาซ่อมไฟให้ที่บ้าน   :P)



 ที่หน้าบ้านครับ

 

5
ได้วัน เวลา และสถานที่แล้ว  อีก 4 เดือน จะได้ลงไปเจอเเพื่อนฝูงแล้ว

 ขอบใจเพื่อนอ๊อด 54

6
ต๋องเตรียม แบ็คเมย์รุ่นพี่โว้ย

7
 เพื่อนต๋อง  ส่วนมากเขาไปเล่น FB กันวะ  เว็บเลยเงียบ ๆ  ;D

เมื่อไหร่เพื่อนเสือ 54   จะแวะลงมากทม.อีก  จะพาไปเลี้ยงข้าว   8)

   เดี๋ยวตรูไปเอง บักรัน ช่วงนี้ web นี้วังเวงน่าดู กลัวผีหลอกว่ะ

8
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป
 
 

1.ไข่เยี่ยวม้า ถ้ากินมากและบ่อย อาจเกิดพิษจากสารตะกั่ว..การดูดซึมแคลเซี่ยมลดน้อยลง ขาดแคลเซี่ยม ทำให้กระดูกผุได้


2.ปาท่องโก๋ ใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่ว เป็นพิษต่อเซลล์สมอง ความจำเสื่อม คอแห้ง เจ็บคอ


3.เนื้อสัตว์ย่าง เกิดสารเบนโซไพริน ก่อมะเร็ง


4.ผักดอง เกิดการสะสมเกลือโซเดียม หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง เป็นโรคหัวใจง่าย


5.ตับหมู 1 กก. มีคอเลสเตอรอลกว่า 400 มก. ถ้ามีมากและนานทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อโรคหัวใจ, หลอดเลือดทางสมอง, มะเร็ง


6.ผักโขม ผักปวยเล้ง มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้การขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก เกิดภาวะขาดแคลน


7.บะหมี่สำเร็จรูป ทำให้ขาดสารอาหาร เกิดการสะสมสารพิษในร่างกาย


8.เมล็ดทานตะวัน มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัว กินมากทำให้มีการสะสมไขมันที่ตับได้


9.เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ การหมักมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค...และมีสารย่อยโปรตีน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย


10.ผงชูรส ไม่ควรกินเกิน 6 กรัมต่อวัน จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการทำงานของประจุแคลเซี่ยมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ หมอชาวบ้าน

9
โรงพยาบาลธรรมชาติ
๑. ไขมันในเลือดสูง  แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัวตับพัง
ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ  ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว
๒. ปวดหัว  ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง(แมกนีเซียม) กินวันละ ๕
ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้)
หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ

๓. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย  ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน กระเทียม  หอม พริกให้มากเข้าไว้
๔. ภูมิแพ้  แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี)
๕. แพ้ฝุ่นละออง  ไรฝุ่น  หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน
๖.โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง  กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่ หอมแดง
ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน

๘.ไขข้ออักเสบ  หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีดเช่นปลาทู, ปลาสวาย,
ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน,ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง

๙. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย  ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ
หรือน้ำแครนเบอรี่
ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก)
๑๐.ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ
๑๑.ท้องผูก  ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓
ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น

๑๒.โรคกระเพาะอาหาร  หากล้วยหักมุกปิ้งกิน, กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก
๑๓.เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย  ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง
ไก่ผัดขิง, น้ำขิง, ชาขิงหรือเต้าฮวย

๑๔.วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน
ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น
ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้

๑๕.หงุดหงิดง่าย ให้กินอาหารร่าเริง คือ ข้าวเหนียวดำ ข้าวโพด กลอย
กล้วยหอมและปลาทูน่า

๑๖.กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ (ได้แคลเซียมมาก) มะม่วงจิ้มกะปิ และ
สับปะรด ซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก( แมงกานีส)
๑๗.ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด
หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้

๑๘.มะเร็งเต้านม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ขีด
๑๙.มะเร็งปอดทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส  ฝรั่ง ส้ม  มะนาว  มะขามป้อม
มะละกอ  มะม่วง ให้มาก
เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดีแต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่

๒๐.ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ๑-๒ ผล
หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย

๒๑.เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ  กินปลาทะเล
น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน
ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก
ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย

๒๒.ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม
ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น

๒๓.เบาหวานถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาล และ
กินผักเขียวจัดอย่างคะน้า  บร็อคโคลี  ผักโขมให้มาก
ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก


10
 พี่ได้ประสานไปทางพี่น้องศิษย์เก่าชก.ที่ลำปางแล้ว  เขากำลังรวบรวมเงินบริจาคกันอยู่  น่าจะได้หลายหมื่น   ;D

11
ได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่อเดินน้ำมัน    ถ้าเป็น SAE30 R7 ก็ทนได้แค่ E10 ถ้าเป็น SAE30 R9 ก็ได้ถึง E85 แต่แช่ในถังไม่ได้ ถ้าจะแช่ต้อง SAE30 R10 
  ท่อยางลำเลียงรถผมก็เป็นเกรด SAE30 R7 ใช้ E85 มาหลายเดือนแล้วก็ยังมีสภาพดี
  แต่เร็วๆ นี้ครบปีแล้วก็จะเปลี่ยนเป็น SAE30 R9 เพื่อความสบายใจ
 

12
 อารายว้าเพื่อนต๋อง  ยังผลิตเด็กไม่ได้อีกหรือ   อย่างนี้ต้องโด๊ปด้วยหอยนางลมทุกวัน  ไข่ไก่วันละ 6 ฟอง  ช้างกระทืบโลงก่อนนอน  ดูดิว่าจะดีขึ้นไหม

13
 หวัดดีเพื่อนต๋อง ณ.ระยอง ฮิ
   ซื้อรถให้เมียแล้วหรือ  มันใหญ่ไปหรือเปล่าว่ะ  เหมือนมดขี่ช้าง   

14
น่าปลื้มใจแทนพี่น้องชก.ทางใต้ครับ  จะได้แสนบาทแล้ว  ใครยังไม่ช่วย รีบ ๆ โอนเข้ามาน่ะครับ เดี๋ยวจะพลาดโอกาศได้ทำบุญครั้งนี้

 นี่ละครับ น้ำใจของศิษย์เก่าช่างกลปทุมวัน  และเพื่อนบ้านอุเทนถวาย   

15
 โห เพื่อนรัญ   พูดหมดเปลือกเลยน่ะ   8)

หน้า: [1] 2 3 ... 18